Home
-------------------------
  Editorial Board
-------------------------
  Service
       Subscribe
-------------------------
       A guide for authors
-------------------------
       Submit Online
  -------------------------
    Search
         Current Issue
  -------------------------
         Past Issue
  -------------------------
    Contact us
  -------------------------
    Admin Control
-------------------------
 


Naiyanet Chaiyen, MD,
Nakarin Sansanayudh, MD,
Pachum Tasukon, MD,
Prasart Laothavorn, MD,
Chumpol Piamsomboon, MD,
Sopon Sanguanwong, MD,
Charnnarong Naksawadi, MD,
Preecha Uerojanaungkul, MD,
Waraporn Tiyanon, MD,
Verapon Pinphanichakarn, MD,
Thoranis Chantrarat, MD,
Hutsaya Prasitdumrong, MD

Division of Cardiology, Department of Internal Medicine. Phramongkutklao Hospital, Bangkok, Thailand

Volume 24 No. 2 Month April 2011



Objective:  This study was designed to evaluate the efficacy and safety of Ivabradine for controlling heart rate in patients undergoing 64-slice Computed Tomography Angiography (CTA).

 

Background:  CTA is a noninvasive method for detecting coronary artery disease.  Many clinical studies have demonstrated the influence of the heart rate on the image quality and the diagnostic accuracy of CTA.  However there have been no previous studies using Ivabradine, a novel, selectively specific sinus node If current inhibitor, for controlling heart rate in patients undergoing CTA.

 

Method:  Every consecutive patient who underwent 64-slice Computed Tomography during the period between June 2009 and February 2010, and had a heart rate ≥ 65 bpm was recruited.  Patients were excluded if they had SA node or AV node diseases, atrial fibrillation, severe heart failure, or pacemaker or AICD implantation.  All patients received 5 mg of Ivabradine twice daily for one week before undergoing CTA.  The percentage of patients achieving target heart rate for CTA (<65 bpm), the absolute reduction in heart rate after treatment, and side effects of Ivabradine were recorded. 

 

Results:  There were 50 patients enrolled.  The mean age was 59.7 ± 12.7 years.  Twenty three patients (46%) were male.  After one week of Ivabradine, 45/50 patients (90%) achieved target heart rate and successfully underwent CTA.  The mean reduction in heart rate from baseline was 15.04 ± 8.03 bpm.  No patients developed symptomatic bradycardia or heart block.  The mean QTc interval remained unchanged after Ivabradine treatment.  Two patients (4%) developed phosphene visual-like symptom which fully disappeared within a few days of stopping the medication.

 

Conclusion:   This was the first study using Ivabradine for controlling heart rate in patients undergoing CTA.  Ivabradine was very effective for heart rate reduction and had an excellent safety profile.

 

Keywords:  Ivabradine, 64-slice Computed Tomography Angiography

 



Download Full Paper
  Vol24_No2_5_Sup_No0.pdf [182 Kb]





การศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยา Ivabradine ในการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจก่อนการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ

ปีที่ 24 ฉบับที่ 2 เดือน เมษายน 2554


นัยเนตร ใจเย็น, พบ,
พันเอกนครินทร์ ศันสนยุทธ, พบ,
พลตรีปชุม ทาสุคนธ์, พบ,
พลตรีประสาท เหล่าถาวร, พบ,
พลตรีชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์, พบ,
พันเอกโสภณ สงวนวงษ์, พบ,
พันเอกชาญณรงค์ นาคสวัสดิ์, พบ,
พันโทปรีชา เอื้อโรจนอังกูร, พบ,
พันโทหญิงวราภรณ์ ติยานนท์, พบ,
พันโทธรณิศ จันทรารัตน์, พบ,
พันโทหญิงวีรพร ปิ่นพานิชการ,พบ,
ร้อยโทหญิงหัสยา ประสิทธิ์ดำรง, พบ

หน่วยโรคหัวใจ งานอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ


วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยา Ivabradine ในการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจก่อนตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ

 


ที่มา ปัจจุบันเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจถือเป็นวิธีที่แพร่หลายที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จากการศึกษาทางคลินิคพบว่าอัตราการเต้นของหัวใจมีอิทธิพลต่อความคมชัดของภาพรังสีและความถูกต้องในการวินิจฉัยด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจอย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีการศึกษาถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ยา Ivabradine ในการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจก่อนตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ 

 


วิธีการศึกษา ผู้ป่วยที่เข้ารับการศึกษาทุกรายที่มีนัดตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ  ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 ถึงเดือนกุมภาพันธ์2553  และมีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่าหรือเท่ากับ 65 ครั้งต่อนาที  โดยไม่มีปัจจัยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้  :-1) โรคของSA nodeหรือ AV node; 2) ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพริ้ว (atrial  fibrillation); 3) ภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง; 4) ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร ผู้ป่วยทุกรายที่เข้ารับการศึกษาจะได้รับยา Ivabradine 5 มิลลิกรัม วันละสองครั้งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยมีตัวชี้วัดดังนี้ ร้อยละของผู้ป่วยที่มีอัตราการเต้นของหัวใจหลังได้ยาอยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย คือ น้อยกว่า 65 ครั้ง/นาที และสามารถรับการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจได้สำเร็จ และอัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลงหลังจากได้รับยารวมทั้งประเมินผลข้างเคียงของยา

 


ผลการศึกษา ผู้ป่วยที่เข้ารับการศึกษา 50 ราย มีอายุเฉลี่ย 59.7+12.7 ปี ผู้ป่วย 23 ราย(46%)เป็นเพศชาย หลังจากได้ยาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ผู้ป่วย 45 ราย(90%)มีอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 65 ครั้งต่อนาที และสามารถเข้ารับการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจได้สำเร็จ อัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลงเฉลี่ย 15.04±8.03 ครั้งต่อนาที ไม่มีผู้ป่วยรายใดมีการนำสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติหรือมีอาการเนื่องจากหัวใจเต้นช้า หลังจากได้ยาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์   มีผู้ป่วย2ราย(4%)ที่เกิดความผิดปกติในการมองเห็น (phosphene visual-like symptom) ซึ่งอาการเหล่านี้หายไปหลังจากหยุดยา

 


สรุป การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกที่แสดงให้เห็นว่ายา Ivabradine เป็นยาที่มีประสิทธิผลและความปลอดภัยสูง ในการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจก่อนการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ 

 


คำสำคัญ  ยา Ivabradine, เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ, ประสิทธิผล, ความปลอดภัย 

 



 



 




Download Full Paper
  Vol24_No2_5_Sup_No0.pdf [182 Kb]
     A guide for authors
   

© Copyright Thai Heart Journal All Rights Reserved.1998-2009