Home
-------------------------
  Editorial Board
-------------------------
  Service
       Subscribe
-------------------------
       A guide for authors
-------------------------
       Submit Online
  -------------------------
    Search
         Current Issue
  -------------------------
         Past Issue
  -------------------------
    Contact us
  -------------------------
    Admin Control
-------------------------
 


Supoj Nirobolsathaporn, MD, and
Paiboon Chotnoparatpat, MD

Division of Cardiology, Department of Medicine, Faculty of Medicine, University of Bangkok Metropolis, Bangkok, Thailand

Volume No. Month -543



Background : Early risk stratification of patients with non ST-elevation acute coronary syndrome (ACS) is based on clinical factors, electrocardiography (ECG) and biochemical markers of myocardial damage. Recently, it has been shown that-neurohormonal activation, especially the N-terminal probrain natriuretic peptide (NT-proBNP) is related with myocardial infarction (MI). NT-proBNP may be a strong prognostic marker.

Design : A prospective cohort study of patients with non-ST elevation acute coronary syndrome who were admitted to Vajira hospital between May-Decemeber 2010.

Methods : A total of 61 patients who were admitted to Vajira hospital with chest pain symptoms without ST-segment elevation in the ECG, were included in this study. The study subjects were followed up for 90 days. The NT-proBNP was analyzed at baseline admission. Other biochemical markers (Troponin-T, hs-CRP) and traditional clinical risk factors were also performed. The associations between outcomes of interest, death, myocardial infarction, and cardiovascular events such as stroke, heart failure, revascularization, NT-proBNP, clinical risk predictos i.e., Troponin-T, hs-CRP, and TIMI risk scores were determined.

Results : The outcome measure was death  and myocardial infarction within 90 days, which occurred in 4 (6.6%) and 17(27.9%) patients, respectively. The median NT-proBNP level was 906.6 (192.4-3649 ng/L). Compared with quartiles of NT-proBNP were not related to mortality, congestive heart failure, revascularization but were related to myocardial infarction that reached 31.25%, 20%, 53.33%, and 6.67% (p=0.033) respectively. TIMI risk score, level of hs-CRP, troponin-T were not related to mortality and cardiovascular event.

Conclusion : The NT-proBNP measurement at admission may  improve the early risk stratification for myocardial infarction among non ST-elevation ACS patients, and adds substantial information to the other risk makers.

Keywords : Acute coronary syndrome, Natriuretic peptide, TIMI risk score





Download Full Paper
  Vol25_No1_7_Sup_No0.pdf [578 Kb]





การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของ N-terminal probrain natriuretic peptide, คะแนนความเสี่ยง TIMI และตัวบ่งชี้ความเสี่ยงอื่น ๆ ของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด non-ST elevation

ปีที่ ฉบับที่ เดือน


สุพจน์ นิโรบลสถาพร,
ไพบูลย์ โชตินพรัตนภัทร

ที่มา : การประเมินความเสี่ยงในระยะแรกของผู้ป่วยที่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด non-ST elevation ขึ้นอยู่กับลักษณะทางคลินิก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตัวบ่งชี้ทางชีวเคมีของความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ และในการศึกษาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นการใช้ NT-proBNP มีความสัมพันธ์กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอาจจะเป็นตัวพยากรณ์โรคของหลอดเลือดหัวใจที่สำคัญต่อไป

รูปแบบการวิจัย : การติดตามกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามุ่งไปข้างหน้าของผู้ป่วยกล้ามเนื้อขาดเลือดชนิด non-ST elevation ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลวชิรพยาบาลระหว่างเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม พุทธศักราช 2553

วิธีการดำเนินการวิจัย : กลุ่มประชากรทั้งหมดทีศึกษาจำนวน 61 ราย และรับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลด้วยอาการเจ็บหน้าอกโดยไม่มีลักษณะคลื่นหัวใจแบบ ST elevation มีการติดตามการศึกษาเป็นเวลา 90 วัน โดยทำการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจระดับ NT-proBNP, Troponin-T, hs-CRP และื้อื้นๆ และดำเนินการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการเสียชีวิต ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว การสวนหลอดเลือดหัวใจ NT-proBNP ตัวบ่งชี้ทางคลินิกอื่น เช่น Troponin-T, NT-proBNP, hs-CRP, คะแนนความเสี่ยง TIMI

ผลการวิจัย : การเสียชีวิต กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในระยะเวลาติดตามการรักษา 90 วัน มีผู้ป่วย4 ราย (ร้อยละ 6.6) และ 17 ราย (ร้อยละ 27.9) ตามลำดับ ผลการตรวจเลือดแสดงค่ากลางของระดับ NT-proBNP 906.6 (192.4-3649 พิโคกรัมต่อมิลลิลิตร) เมื่อเปรียบเทียบเป็นค่าควอไทล์ของระดับ NT-proBNP พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิต ภาวะหัวใจล้มเหลว การสวนหลอดเลือดหัวใจ แต่กลับมีความสัมพันธ์กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหัวใจขาดเลือด คิดเป็นร้อยละ 31.25ม 20ม 53.33ม 6.67 (p=0.033) ตามลำดับ ส่วนระดับคะแนนความเสี่ยง TIMI, hs-CRP, Troponin-T ไม่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตและภาวะหัวใจและหลอดเลือด

สรุปผลการวิจัย : บทบาทในการวัด NT-proBNP ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดชนิด non-ST elevation อาจจะมีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงในระยะแรกของผู้ป่วย รวมถึงช่วยสนับสนุนค่าบ่งชี้ความเสี่ยงอื่นๆ ในการดูแลรักษาด้วย




Download Full Paper
  Vol25_No1_7_Sup_No0.pdf [578 Kb]
     A guide for authors
   

© Copyright Thai Heart Journal All Rights Reserved.1998-2009